แพทย์ เผย ยาเบญจอำมฤตย์ ช่วยผู้ป่วยมะเร็งตับอาการดีขึ้น

herbb2
ยาเบญจอำมฤตย์ ให้ผลดีผู้ป่วยมะเร็ง (ไทยโพสต์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการสโมสรสุขภาพ โพสต์โดย คุณ Up2smileTVHD2 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ เผยผลทดสอบยาตำรับเบญจอำมฤตย์ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้ผลดี ทำราคาสมุนไพรในตำรับดีดตัวสูงเท่าตัว วอนพ่อค้าคนกลางอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาตำรับยาสมุนไพรต้านมะเร็งตับว่า หลังจากเปิดตัวตำรับเบญจอำมฤตย์ โดยทดลองให้บริการกับผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลการแพทย์ผสมผสานที่ยศเส จำนวน 50 คน เป็นผู้ชาย 35 คน ผู้หญิง 15 คน เพื่อติดตามผลการใช้ยาตำรับดังกล่าว พบว่า ตลอดระยะเวลา 20 วัน ผู้ป่วยมีการการดีขึ้น

โดยผู้ป่วยมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองลดลง เวียนศีรษะลดลง คลื่นไส้อาเจียนลดลงเมื่อทานมาก อาเจียน เจ็บชายโครงขวาลดลง ท้องอืดหลังทานอาหารดีขึ้น นอนหลับพักผ่อนนานขึ้น ท้องบวมลดลง เรอ ผายลมได้ หายใจไม่ทั่วท้องดีขึ้น ส่วนอาการปวดหลัง ก้นกบ เมื่อยตามกระดูกก็ลดลง การขับถ่ายอุจจาระดีขึ้น แต่อาการท้องบวม อ่อนเพลีย ขาทั้งสองข้างบวมและชายังคงเดิม อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลยังต้องการอาสาสมัครที่เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายอีก 150 คน เข้าโครงการติดตามผลจากการใช้ยา

ทั้งนี้ การกินยาตำรับเบญจอำมฤตย์นั้น หมอแพทย์แผนไทยจะจ่ายยาสมุนไพรเสริมตำรับตามอาการร่วมที่พบด้วย มิได้รักษาเฉพาะตำรับอย่างเดียว เช่น หากมีอาการวิงเวียนจะจ่ายยาขิง หรือยาหอมตามคัมภีร์ธาตุบรรจบ หากมีอาการบวมจะจ่ายยากลุ่มปรับสมดุลและขับปัสสาวะ หากมีอาการเพลียให้หยุดยา แต่ยังคงติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ยาเบญจอำมฤตย์ต่อเนื่องต่อไป

อนุโมทนาบุญ ! หมอใจประเสริฐ เปิดคลินิกรักษาคนจน คิดค่าบริการแค่ 2 บาท

fong1
ยกย่องหัวใจอาจารย์หมอใจบุญ เปิดคลินิกรักษาคนไข้ยากไร้ คิดค่าบริการแค่ 2 บาท ตรวจคนไข้เฉพาะวันอาทิตย์ พร้อมเผยที่มาของไอเดียนี้ ที่ฟังแล้วต้องชื่นชมคนเป็นพ่อแม่เลยทีเดียว

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดี ๆ ที่ชาวโซเชียลต่างกดไลค์และกดแชร์อย่างมากมาย เกี่ยวกับอาจารย์หมอท่านหนึ่งที่ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Birdy Paitoon ระบุว่า “ม่าม๊าเคยฝันไว้ว่า เมื่อลูกเป็นหมอแล้ว ก็อยากจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนละแวกบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นต่างด้าว โดยไม่คิดค่าบริการใด ๆ เพื่อทำบุญและช่วยเหลือคน โดยม่าม๊าคิดว่าเรามีพอที่จะใช้จ่ายแบบไม่เดือดร้อนแล้ว ถึงเวลาที่ต้องแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง ฟองบุญ คลินิก คิดค่าบริการ 2 บาท”
เกี่ยวกับเรื่องนี้ (24 เมษายน 2560) เดลินิวส์ออนไลน์ ได้รับการเปิดเผยจาก อ.นพ.ไพฑูรย์ เบ็ญจพรเลิศ หรือหมอเบิร์ด แพทย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวให้ฟังว่า ฟองบุญคลินิก สุขสวัสดิ์ 2 ย่านพระราม 2 เกิดขึ้นจากการสานฝันของพ่อกับแม่ตนเอง โดยเปิดคลินิกที่บ้านเพื่อตรวจรักษาโรคทั่วไป เฉพาะวันอาทิตย์ที่ 2 และ 4 ของเดือน เนื่องจากวันจันทร์-เสาร์ มีภารกิจสอนและรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
สำหรับคลินิกแห่งนี้ ตนได้จดทะเบียนเปิดตรวจรักษาคนไข้ตามปณิธานที่ตั้งไว้ คือ “ตรวจรักษาฟรี” แต่เกรงว่าจะไปทับไลน์โครงการของภาครัฐ อีกทั้งการขอใบอนุญาตประกอบกิจการจะต้องส่งรายได้ประจำปี เพื่อเสียภาษีตามกฎหมาย จึงคิดว่าตั้งไว้ 2 บาท แต่ให้หยอดกล่องเอง จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีน้องผู้ช่วยพยาบาลอีก 1 คน ที่มาช่วยจัดยาให้ และจัดตารางการออกตรวจให้คนไข้ละแวกบ้านได้ทราบในช่วงแรก ซึ่งคลินิกดังกล่าวเริ่มทดลองเปิดตรวจคนไข้มา 3 ครั้งแล้ว และในอนาคตจะค่อย ๆ ขยายเวลามากขึ้น และชวนคนที่มีจิตอาสามาช่วยกันอีกแรงด้วย

หมอเบิร์ด บอกด้วยว่า พ่อแม่ของตนสอนว่า เมื่อมีก็ต้องรู้จักแบ่งปัน ซึ่งหมออยากทำแบบเงียบ ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ไม่คิดจะปิด ทำจนกว่าหมอจะแก่ไม่มีแรงทำ ส่วนเรื่องเงินทอง จริง ๆ หมอไม่ได้เรียกเก็บ อย่างที่บอกว่าอยากจะทำฟรี แต่ติดป้ายว่า 2 บาท เพราะปฏิบัติตามกฎหมาย เวลาคนไข้ถามจ่ายเท่าไหร่ จะบอกตามแต่ศรัทธา

เปิดปากมือฆ่า เจ๊สั้น ตลาดไท สารภาพสิ้นแค้นใจถูกด่าทอ – ไล่ออกงาน !!

07-43-696x365
คุมตัวทำแผนหนุ่มเขมรฆ่าโหด เจ๊สั้น แม่ค้าผักตลาดไท สารภาพโกรธแค้นที่ถูกด่า – ไล่ออกจากงาน เผยผู้ตายมาเห็นตอนกำลังรื้อค้นทรัพย์สิน จึงลงมือปิดปาก !!

วันที่ 24 เมษายน 2560 พล.ต.ต. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้นำตัว นายที ชาวกัมพูชา ผู้ต้องหาฆ่าโหด นางธนพรพรรณ แสงประสิทธิ์ หรือ เจ๊สั้น เจ้าของแผงขายส่งผักรายใหญ่ตลาดไท พร้อมของกลางเป็นเงินสด 6,385 บาท พระเครื่อง 6 องค์ และอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก โดยเจ้าตัวรับสารภาพทั้งหมดว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุ เนื่องจากมีความโกรธแค้นที่ผู้ตายด่าทอและไล่ออกจากงาน จึงได้แอบปีนเข้าไปในบ้านของผู้ตายเพื่อจะรื้อค้นเอาทรัพย์สิน แต่ผู้ตายกลับมาพบพอดี จึงใช้มีดที่เตรียมมาแทงจนเสียชีวิตก่อนหลบหนีไปดังกล่าว

05_253

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาเดินทางไปยังบ้านพักจุดเกิดเหตุในหมู่บ้านพระปิ่น 7 ในพื้นที่หมู่ 9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางเสียงตะโกนสาปแช่งจากชาวบ้านที่เดินทางมารอดูการทำแผนจำนวนมาก

4_244

โดย นายที ได้มีการนั่งคุกเข่าไหว้ขอขมาผู้เสียชีวิตที่บริเวณหน้าบ้าน โดยมีลูกสาวและลูกชายของผู้เสียชีวิตเดินทางมารอดูหน้าผู้ต้องหา พร้อมตะโกนถามว่า “ทำแม่กูทำไม แม่กูอุตส่าห์ให้ข้าวให้น้ำกิน” ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

บูบู้ เปิดใจเรื่องอดีตกลับไปแก้ไขไม่ได้ ยันไม่เคยทิ้งลูกส่งเสียมานานแล้ว

Quote_bubuKamthon_Apr60-600ภรรยาเก่าบูบู้ เปิดใจเลิกรากันนานมากแล้ว ตอนนั้นยังเด็กทั้งคู่ คาดลูกคงน้อยใจจึงติดต่อไป ด้าน บูบู้ รับเรื่องอดีตกลับไปแก้ไขไม่ได้ ยันไม่เคยทิ้งลูก รับผิดชอบมานานแล้ว ชี้ไม่ได้บล็อกเฟซลูกเพื่อหนี

จากกรณีที่มีเด็กหนุ่ม อายุ 17 ปี ร้องเรียนผ่านเพจแหม่มโพธิ์ดำ ว่า เป็นลูกชายของสามีตลกดัง โดยที่ผ่านมาสามีตลกดังส่งเสียค่าเลี้ยงดูเพียงเดือนละ 3,000 บาท และเมื่อทักแชทเฟซบุ๊กไปกลับถูกบล็อกใส่ ขณะที่หลายคนพุ่งเป้าไปที่ บูบู้ กำธร สามีของตลกสาวตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน และหลังจากเรื่องราวกลายเป็นที่วิจารณ์หนาหู ทางหนุ่มบูบู้ ก็ยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวแต่อย่างใดนั้น

ล่าสุดวันที่ 10 เมษายน 2560 รายการบรรจง ชงข่าว ทางช่องเวิร์คพอยท์ นางชนิษฐา อดีตภรรยาของบูบู้ ได้ออกมาชี้แจงว่า ตอนที่คบหากับบูบู้ ตนก็มีอายุได้เพียง 17 ปี และบูบู้เอง ก็อายุ 20 ปี การที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวนั้น ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำลายครอบครัวของอดีตสามี เพราะได้เลิกรากันมานานหลายปีแล้วและไม่อยากให้สื่อโจมตีบูบู้ หรือตุ๊กกี้ เพราะต่างฝ่ายก็ต่างมีครอบครัวใหม่ ที่ผ่านมาก็ได้เก็บเรื่องราวนี้เป็นความลับมาโดยตลอด

นางชนิษฐา ระบุอีกว่า ตอนอายุ 17 ปี ตนได้อยู่กินกับบูบู้ที่บ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ กระทั่งคลอดลูกได้ 3 เดือน ก็เลิกรากันไป เพราะยังเด็กทั้งคู่ กระทั่งลูกชายอายุ 2 ขวบ ตนก็มีครอบครัวใหม่ และย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ จ.ชุมพร กระทั่งตอนที่ลูกชายไปทำบัตรประชาชน ความลับที่ตนปิดมาตลอด 13 ปี ก็เปิดเผย เมื่อลูกชายรู้ความจริงว่าพ่อที่อยู่ด้วยกันไม่ใช่พ่อแท้ ๆ และทราบว่าพ่อแท้ ๆ คือ บูบู้ ส่วนใหญ่ก็เจอบูบู้บ้าง แต่เป็นการติดต่อผ่านทางเลขาฯ เพื่อขอให้ช่วยเซ็นเอกสารเรื่องการเรียนของลูกชาย ซึ่งทางบูบู้ก็เซ็นให้ พร้อมช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้ลูกเดือนละ 3,000 บาท ติดต่อกันมา 4 ปี กระทั่ง 3-4 เดือนหลังก็ติดต่อไม่ได้ คาดว่าลูกชายอาจอยากเจอหน้าพ่อ และน้อยใจจนไปโพสต์ในเพจ จนกลายเป็นเรื่องดังกล่าว
ด้าน บูบู้ กำธร ได้เปิดเผยว่า ตนรับผิดชอบลูกมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้พูด ลูกชายก็คือลูกชายตนจริง ๆ เป็นเรื่องของอดีตที่ตนไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ตนเต็มใจที่จะรับผิดชอบเด็กคนนี้อยู่แล้ว เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ตนก็เพิ่งโอนค่าเลี้ยงดูไป

บูบู้ ระบุอีกว่า ตนได้ตกลงเรื่องการส่งเสียกับแม่ของเด็กไปเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ตนไม่รู้ว่าเขามีครอบครัวใหม่ไปแล้ว เมื่อเด็กบอกว่าเป็นลูกตน ตนก็ให้คนไปติดต่อ และได้ข้อตกลงว่า ใน 1 เดือน ตนต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละ 3,000 บาท และมีค่าเทอมส่วนหนึ่ง ออกคนละครึ่งกับแม่ของเด็ก และค่าพยาบาลกรณีที่เด็กป่วย ไม่สบาย ตนก็รับผิดชอบกับแม่ของเด็กคนละครึ่งอยู่แล้ว ตนรับผิดชอบไม่เคยขาด
ส่วนกรณีการบล็อกเฟซบุ๊กนั้น บูบู้ เผยว่า การที่ตนบล็อกเฟซบุ๊ก เพราะมีคนอินบ็อกซ์มาเยอะมาก ทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก และตนซีเรียสมากที่จะคุยกับใครในแชท เพราะตนค่อนข้างที่จะไม่สะดวก การบล็อก ตนไม่ได้บล็อกเฉพาะน้อง และไม่ได้บล็อกเพราะจะหนี ตนบล็อกทุกคน ใครอยู่ในเฟซบุ๊กตนจะรู้ว่าตนไม่ชอบคุยในแชทอยู่แล้ว

บูบู้ เผยด้วยว่า ตุ๊กกี้ รู้เรื่องนี้ดี และบอกให้ไปทำให้ถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องผิดพลาดในอดีตเราต้องยอมรับให้ได้และรับผิดชอบในส่วนของเรา ตุ๊กกี้ให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย ให้ผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันให้ได้ ตนให้ตุ๊กกี้รับรู้ทุกเรื่องในชีวิตตน

กรมวิทย์ฯ เตรียมวิจัย ทุเรียนเทศ พิชิตมะเร็งร้าย…ได้จริงหรือ?

durian1
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมวิจัยสมุนไพร “ทุเรียนเทศ” ไขข้อข้องใจพิชิตมะเร็งร้าย…ได้จริงหรือ? (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เตรียมศึกษาวิจัยสมุนไพรทุเรียนเทศ หลังมีกระแสในโลกสังคมออนไลน์ว่าใบทุเรียนเทศสามารถรักษาโรคมะเร็งได้

นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีประชาชนสอบถามข้อมูลเรื่องสมุนไพร ทุเรียนเทศ เข้ามาที่สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กันอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการเผยแพร่สรรพคุณของใบทุเรียนเทศว่าสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ดีกว่ายาเคมีบำบัดทางโลกออนไลน์ และมีผลิตภัณฑ์จากใบทุเรียนเทศวางจำหน่ายรูปแบบต่าง ๆ เช่น แคปซูล ชาชง รวมถึงมีการแนะนำให้ใช้ชาชงใบทุเรียนเทศร่วมกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดนั้น

ขณะนี้สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมรวบรวมใบทุเรียนเทศมาศึกษาความเป็นพิษเบื้องต้นทางห้องปฏิบัติการ หลังมีรายงานวิจัยของต่างประเทศพบว่า พืชชนิดนี้มีสารที่มีพิษต่อเซลล์ประสาท และหากบริโภคในปริมาณมากจะมีผลต่อการทำงานของไต

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ทุเรียนเทศ เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลำต้นสูงประมาณ 5-6 เมตร อยู่ในวงศ์เดียวกับน้อยหน่า ถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาเขตร้อน ต่อมามีการนำมาปลูกแพร่หลายในประเทศเขตร้อน ในต่างประเทศมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป สเปนเรียก graviola ประเทศไทยทางภาคใต้ เรียก ทุเรียนน้ำ ภาคกลางเรียก ทุเรียนแขก

ทุเรียนเทศมีผลสีเขียวรูปกลมรี มีหนามนิ่มที่เปลือก รสเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อย คนไทยนำทุเรียนเทศมาประกอบอาหาร ภาคใต้นิยมนำผลอ่อนใช้ทำแกงส้ม เชื่อม และคั้นทำเครื่องดื่ม ส่วนเมล็ดใช้เบื่อปลาและเป็นยาฆ่าแมลงได้ ส่วนใบมีสรรพคุณทางยาใช้รักษาโรคผิวหนัง แก้ไอ ปวดตามข้อและความดันโลหิตสูง

dur

ทั้งนี้จากรายงานการวิจัยของต่างประเทศพบว่า สารสกัดจากใบทุเรียนเทศมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งเต้านม ปอด ตับ ตับอ่อนและผิวหนังในหลอดทดลอง จากการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดมีฤทธิ์ระงับปวด ต้านการอักเสบ ลดน้ำตาลและไขมันในเลือดของหนูที่เป็นเบาหวานได้ และมีรายงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า สารสกัดด้วยเอทานอลของใบทุเรียนเทศมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของก้อนเนื้องอกผิวหนัง

นอกจากนี้สารสกัดยังมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของมะเร็งตับอ่อนและยังสามารถลดการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นได้ด้วย เช่น ตับ ต่อมน้ำเหลือง และรังไข่ ซึ่งจากการแยกสารสำคัญที่มีอยู่ในทุเรียนเทศที่มีผลต่อเซลล์มะเร็งพบว่า คือ สารกลุ่ม annonaceousacetogenins

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพืชสมุนไพรทุเรียนเทศสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นยารักษามะเร็งหรืออาจใช้ร่วมกับเคมีบำบัดในอนาคต แต่ก็มีข้อมูลการวิจัยพบว่า สารแอนโนนาซินที่มีอยู่ในพืชชนิดนี้มีพิษต่อเซลล์ประสาท

นอกจากนี้ในรายงานการวิจัยของประเทศกานา ยังพบว่า หนูทดลองที่ได้รับสารสกัดใบทุเรียนเทศในปริมาณสูงมีผลต่อการทำงานของไต ดังนั้นการนำสมุนไพรทุเรียนเทศมาใช้บำบัดโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยังต้องผ่านกระบวนการศึกษาวิจัยต่าง ๆ อีกมากมาย เช่น การศึกษาด้านกลไกออกฤทธิ์ต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง การส่งสัญญาณภายในเซลล์ การแยกสารสำคัญออกฤทธิ์ชนิดต่าง ๆ การควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงการศึกษาด้านพิษวิทยาและความปลอดภัย ซึ่งสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จะรวบรวมวัตถุดิบใบทุเรียนเทศในประเทศไทยมาศึกษาความเป็นพิษเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นข้อมูลคุ้มครองผู้บริโภค และวางแผนศึกษาวิจัยเพื่อหาทางนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป

เพจดังแฉ หนังสือหมอ แนะวิธีรักษาผิด ๆ อวยให้ใช้สมุนไพรของตัวเอง

book1
เพจดังแฉ หนังสือหมอติดอันดับขายดี เนื้อหาบิดเบือนทางการแพทย์ บอกวิธีรักษาคนผิด ๆ อ้างเป็นกูรูสมุนไพร คนไข้จะหายได้ต้องมาซื้อสมุนไพรราคาแพงของตนเอง

เป็นกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 เพจดังอย่าง แหม่มโพธิ์ดำ ออกมาโพสต์แฉถึงหนังสือหมอขายดี ที่มีลักษณะข้อความชวนเชื่อไม่ตรงกับหลักทางการแพทย์ ซึ่งในตอนนี้หนังสือเล่มนี้ได้ขึ้นแท่นหนังสือขายดีของหลาย ๆ ร้าน โดยเพจดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เตือนภัยหนังสือหมอติดอันดับขายดี ผู้เขียนเป็นหมอที่จบแพทยศาสตรบัณฑิต แต่ไม่ได้จบเฉพาะทาง และอ้างว่าตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ซึ่งในเนื้อหาหนังสือดังกล่าวไม่ถูกหลักทางการแพทย์หลายอย่าง เช่น ห้ามคนป่วยมะเร็งใช้คีโม ผู้ป่วยเบาหวานไม่ต้องกินยาความดัน ยาละลายลิ่มเลือด และเลิกใช้อินซูลิน ให้หันมาซื้อสมุนไพรที่มีราคาแพงที่ตนเองเป็นคนขายดีกว่า เพราะถ้ากินสมุนไพรราคาถูกจะรักษาไม่หาย
นอกจากนี้ เพจดังยังระบุอีกว่าเนื้อหาเหล่านี้เป็นการบิดเบือนข้อมูลการแพทย์แผนปัจจุบันแบบซึ่ง ๆ หน้า แถมยังโจมตีแพทย์แผนไทย การใช้สมุนไพรไทย ที่ปกติก็ไม่ได้มีราคาแพง ซึ่งการสอนให้คนไข้ลดยาพวกนี้เองโดยไม่บอกหมอ จะทำให้คนไข้เกิดอาการรุนแรง ความดันสูง เส้นเลือดในสมองแตก น้ำตาลในเลือดสูงจนช็อก ทำให้เสียชีวิตได้
ขณะที่สังคมออนไลน์ต่างเข้ามาผู้วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก ต่างเล่าประสบการณ์ในการรักษามะเร็ง และส่วนใหญ่ไม่พอใจกับผู้เขียนหนังสือคนดังกล่าว เหมือนเป็นการพาคนไข้ไปลงนรก เพียงแค่ผลประโยชน์ของตนเอง พร้อมเรียกร้องให้แพทยสภาเข้าตรวจสอบนายแพทย์คนดังกล่าวด้วย

book2

เปิดประวัติคนร้ายกราดยิงปารีส ไม่มีเอี่ยว ISIS แต่คดีติดตัวเพียบ พบเคยขู่จะฆ่าตำรวจ

9ecda3de-60b5-4060-afb9-af8aa93a0222
คืบหน้าเหตุกราดยิงตำรวจในกรุงปารีส พบคนร้ายเป็นชายมีปัญหาทางจิต ไม่มีเอี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย ISIS แต่ประวัติอาชญากรรมโชกโชน

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2560 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุกราดยิงตำรวจที่บริเวณถนนฌ็องเซลีเซส์ ในกรุงปารีสคือ นายคาริม เชอร์ฟี ไม่ได้ชื่อ อาบู ยูซิฟ อัล เบลกีคี ดังที่ปรากฏเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ โดยนายเชอร์ฟีมีประวัติการก่ออาชญากรรมมาแล้วหลายครั้ง ไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ กับกลุ่มก่อการร้าย แต่มีประวัติเคยทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานมาก่อน อีกทั้งยังเคยขู่ว่าจะฆ่าตำรวจอีกด้วย (อ่านเพิ่มเติมที่ ฝรั่งเศสระทึก ! คนร้ายกราดยิงตำรวจกลางปารีส ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดี)

ทั้งนี้การเปิดเผยดังกล่าว สืบเนื่องจากมาจากไม่นานหลังเกิดเหตุ กลุ่มรัฐอิสลามอิสลามหรือไอเอสได้ออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบว่าอยู่เบื้องหลัง โดยระบุว่านายอาบู ยูซิฟ อัล เบลกีคี นักรบไอเอสคือผู้ลงมือก่อเหตุ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ ซึ่ง อัล เบลกีคี เป็นภาษาอาหรับที่มีความหมายว่าเบลเยี่ยม (ซึ่งอาจจะสื่อว่ามีเชื้อสายเบลเยี่ยม หรือพำนักอยู่ในเบลเยี่ยม) และคนร้ายตัวจริงมีชื่อว่าคาริม เชอร์ฟีดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ตำรวจฝ่ายสืบสวนของฝรั่งเศสเผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะเหตุใดกลุ่มไอเอสจึงได้ออกมาประกาศชื่อผิด แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ทำให้ทราบได้ว่ากลุ่มไอเอสน่าจะวางแผนก่อการร้ายบางอย่างอยู่แล้ว
นายฟร็องซัวส์ มิญ็อง อัยการเขตปารีสเปิดเผยว่า นายคาริม เชอร์ฟี คนร้ายผู้ถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุนั้น เป็นชาวฝรั่งเศสอายุ 40 ปี เกิดในปี 2520 ที่เขตลิวรี-การ์ดันส์ ทางตอนใต้ของกรุงปารีส นายเชอร์ฟีมีประวัติการก่อการอาชญากรรมโชกโชน เคยถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้วทั้งหมด 4 ครั้ง ในปี 2544 ได้ก่อเหตุขโมยรถและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไล่ตามจับ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย หนึ่งในนั้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ

นายเชอร์ฟีถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำในปี 2558 และพักอาศัยอยู่ที่บ้านแถว ๆ เขตเชลลส์ ในกรุงปารีส เขาถูกจับกุมตัวอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2560 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกไปจับกุมเขาที่บ้านเนื่องจากได้รับแจ้งว่านายเชอร์ฟีมีอาวุธและพูดว่าจะลงมือฆ่าตำรวจ จากการตรวจค้นบ้านของเขาในครั้งนั้นพบหน้ากาก กล้อง GoPro และมีดเดินป่า เขาถูกปล่อยตัวไป เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นหลักฐานที่อ่อนเกินกว่าจะชี้ว่าเขาต้องการก่อเหตุฆาตกรรม
ในวันที่ก่อเหตุยิงตำรวจ นายเชอร์ฟีขับรถยนต์ยี่ห้อออดี้มาจอดที่ถนนฌ็องเซลีเซส์ ในเวลาประมาณ 20.47 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เขาลงมาจากรถ ใช้อาวุธปืนไรเฟิลคาลาชนิคอฟ หรือ เอเค-47 กราดยิงใส่รถตำรวจที่จอดอยู่ด้านหน้าที่ทำการการท่องเที่ยวตุรกี เจ้าหน้าที่ซาเวียร์ จูเฌเล อายุ 37 ปี ถูกกระสุนยิงเข้าที่ศีรษะ เสียชีวิต เจ้าหน้าที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายเชอร์ฟีถูกวิสามัญ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พบโน้ตข้อความเกี่ยวกับกลุ่มไอเอสอยู่ข้าง ๆ ศพนายของเขา แต่ทั้งนี้ไม่พบว่านายเชอร์ฟีมีความฝักใฝ่ในกลุ่มก่อการร้าย หรือมีความเชื่อมใด ๆ กับกลุ่มไอเอส

ด้านทนายของนายเชอร์ฟีเปิดเผยว่านายเชอร์ฟีมีปัญหาทางจิต สภาพจิตใจของเขาเปราะบาง เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่านายเชอร์ฟีไม่เคยแสดงออกมาว่ามีความสนใจในศาสนา หรือนับถือศาสนาใด ๆ ทั้งนี้สมาชิกครอบครัวทั้ง 3 คนของเชอร์ฟีอยู่ในความควบคุมของตัวของทางการเพื่อสืบสวนต่อไป

สลด ชายเกาหลีดับอนาถหลังจับคางคกมากิน เหตุเข้าใจผิด นึกว่าเป็นอึ่งอ่าง

a1_211

ชายเกาหลีจับคางคกมาปรุงอาหารรับประทาน เพราะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นอึ่งอ่าง สุดท้ายโดนพิษ ถูกหามส่งโรงพยาบาลแต่แพทย์ช่วยไม่ทัน เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ชายชาวเกาหลีวัย 57 ปีคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างหนัก หลังรับประทานอาหารที่ปรุงจากคางคก แต่เคราะห์ร้ายที่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตเขาเอาไว้ได้ ทำให้เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมาก
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองแทจอน ทางตอนกลางของประเทศเกาหลีใต้ ชายผู้เสียชีวิตและเพื่อนฝูงได้ออกไปจับอึ่งอ่างมาทั้งหมด 5 ตัว แล้วนำมาปรุงอาหารรับประทาน ทุกอย่างปกติดีจนกระทั่งชายผู้เสียชีวิตเริ่มอาเจียน ซึ่งเมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก็เสียชีวิตในวันต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นและพบว่าในจำนวนอึ่งอ่าง 5 ตัวที่จับมาทำอาหารนั้น มีคางคกปะปนอยู่ด้วย แต่พวกเขาไม่ทันสังเกตว่าเป็นคางคก เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูอาหารที่ปรุงก็พบว่ามีสารพิษบูโฟเทนิน (Bufotenin) ซึ่งเป็นพิษคางคกปะปนอยู่ นอกจากนี้เพื่อนคนหนึ่งของผู้เสียชีวิตก็ได้รับสารพิษเช่นเดียวกัน แต่ถูกช่วยเหลือไว้ได้ทัน รอดชีวิต

สำหรับสารบูโฟเทนินนั้น เป็นพิษสามารถพบได้บนผิวหนังของคางคก ถ้ารับประทานเข้าไปจะไม่ออกฤทธิ์ให้เห็นทันที โดยจะออกฤทธิ์อย่างช้า ๆ หลังรับประทานไปแล้วหลายชั่วโมง อาการของพิษคือจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องและท้องร่วง ถ้าได้รับพิษขนาดมากก็สามารถทำให้เกิดอาการชัก หมดสติ และระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจนเสียชีวิต

หาได้แคร์ ชาวบ้านยังเชื่อ “บ่อน้ำดำ” รักษาโรคได้-ไม่ใช่น้ำอึ แห่ตักเก็บกันเพียบ

222_2
ชาวบ้านไอกาแซร์ ยังแห่ตักน้ำจาก “บ่อน้ำดำ” จ.นราธิวาส เชื่อรักษาโรคผิวหนังได้จริง ปัดไม่ใช่น้ำอุจจาระ ด้านคนในพื้นที่หัวหมอตั้งร้านค้าขายน้ำ-ของกิน สร้างรายได้วันละ 500-1,200 บาท

จากกรณีที่มีข่าวประชาชนในพื้นที่ อ.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เชื่อว่ามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถรักษาโรคได้ โดยน้ำในบ่อเป็นสีดำสนิท ไม่มีรสชาติ เมื่อทิ้งค้างคืนจะกลายเป็นสีขาวใส ต่อมาทางสาธารณสุข จ.นราธิวาส ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่า น้ำในบ่อเป็นสีดำเพราะตะกอนซากต่าง ๆ ส่วนเชื้อโรคที่พบนั้น เป็นเชื้อโรคประเภทเดียวกับที่ปะปนในอุจจาระ หากใครรับประทานอาจทำให้ท้องเสียได้ (อ่านข่าว ลมแทบจับ แพทย์เผยบ่อน้ำดำศักดิ์สิทธิ์ที่นราธิวาส คาดเป็นน้ำจากบ่อส้วม !!)
ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุด (22 เมษายน 2560) บรรยากาศที่บ่อน้ำดำ บ้านไอกาแซร์ ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ยังมีชาวบ้านพากันไปตักอาบและดื่ม บางคนยังนำภาชนะใส่กลับบ้านไปด้วย ขณะที่คนในพื้นที่รวมกลุ่มกันตั้งร้านค้าจำหน่ายน้ำ อาหารและของกิน สร้างรายได้วันละ 500-1,200 บาท ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารพรานมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย และจัดระเบียบรถยนต์ชาวบ้านให้เรียบร้อย

สำหรับบ่อน้ำแห่งนี้เดิมทีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ที่กลายเป็นบ่อน้ำรักษาโรคผิวหนังได้ เนื่องจากชาวบ้านนำไปเล่าปากต่อปาก มีสัตว์เป็นโรคผิวหนังลงแช่น้ำแล้วหาย คนในพื้นที่จึงพากันไปพิสูจน์ และยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องงมงาย และไม่ใช่น้ำอุจจาระอย่างที่เป็นข่าว

น่าสงสารจังเลยลูก…เด็กน้อยหิวขนมสุด ๆ แต่ทำไมกินไม่ได้ ร้องไห้แล้วนะ

baby1
น่าสงสารจังเลยลูกกก เปิดคลิปน่ารักของเด็กน้อยชาวจีนที่หิวขนมแบบสุด ๆ ถือขนมอยู่ในมือแท้ ๆ แต่กินไม่ได้เพราะสวมหมวกกันน็อค ดันเข้าปากก็ติดทู้กกที จนโมโหร้องไห้โยเย คุณแม่ไม่ช่วยแถมหัวเราะไปอีก

เคยมั้ย ? ที่เมื่อเวลาเราหิวมาก ๆ เราจะโมโห หงุดหงิด เกรี้ยวกราด บางทีก็ถึงขั้นร้องไห้ แต่เมื่อได้อิ่มท้อง ทุกอย่างก็หายป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูน้อยชาวจีนรายนี้ก็เป็นแบบนั้น ถือขนมอยู่ในมือแท้ ๆ แต่กลับส่งเข้าปากไม่ได้เลย โมโหหนักมากจนน้ำตาร่วงเลยนะเนี่ย
คลิปสุดน่ารักดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่โดยเฟซบุ๊กของเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2560 จากในคลิปจะเห็นได้ว่า หนูน้อยจ่ำม้ำคนนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยสวมหมวกกันน็อกสีเหลืองลายแกะน้อยแบบมีพลาสติกใสปิดหน้า เจ้าหนูถือขนมชิ้นเล็ก ๆ เจ้าหนูนั่งมองขนมชิ้นเล็ก ๆ ที่อยู่ในมืออย่างหิวโหย แต่พอจะยื่นเข้าปาก อ้าปากรองับแล้วกลับเกิดอุปสรรค พลาสติกหมวกมันกั้น ไปไม่ถึงปากเสียนี่
ไม่เป็นไรเอาใหม่ ฮึบ ๆ มือซ้ายไม่ได้ มือขวาก็ยังมี เอ้า 1 2 3 ยก ! แต่ก็ต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกครั้ง ติดพลาสติกอีกแล้ว ทำยังไง๊ยังไงก็ไม่ได้กินซักที โมโหแล้วนะ ! หนูน้อยทนไม่ไหวแล้วร้องไห้จ้าเลย
คุณแม่ของเจ้าหนูสุดน่ารักคนนี้นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา เธอเป็นคนถ่ายคลิปบันทึกโมเมนต์น่าสงสารปนเอ็นดูนี้เอาไว้ จะเรียกว่าคุณแม่ใจร้ายได้มั้ยเนี่ย ไม่ช่วยให้กินไม่พอ ยังหัวเราะซ้ำอีก คลิปนี้กลายเป็นคลิปไวรัลที่โด่งกังไปทั่วอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตที่ได้เข้ามาชมต่างก็ฮากับความน่าเอ็นดูของเจ้าหนูกันทุกคน หวังว่าสุดท้ายแล้วคุณแม่จะให้หนูกินขนมนะฮับ สงสารสุดเลยลูก โถ