จันทรุปราคาเต็มดวงกับดาวอังคาร

จันทรุปราคาเต็มดวงในวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 นอกจากจะมีระยะเวลายาวนานแล้ว ยังมีความพิเศษอีกประการหนึ่งคือเกิดขึ้นในคืนที่ดาวอังคารอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์พอดี และดาวอังคารก็อยู่ที่ตำแหน่งใกล้โลกมากเป็นพิเศษซึ่งเกิดขึ้นทุก ๆ 14-15 ปี ทำให้เราเห็นดาวอังคารเป็นดาวสว่างสีส้ม (โชติมาตร -2.8) อยู่ใกล้ดวงจันทร์ที่กลายเป็นสีแดงในช่วงเกิดจันทรุปราคาเต็มดวง โดยใกล้กันที่ระยะเชิงมุม 6° หากเรากำมือแล้วเหยียดแขนออกไปให้สุด กำปั้นของเราสามารถบังทั้งดวงจันทร์และดาวอังคารได้พร้อมกัน
จันทรุปราคาที่มีดาวเคราะห์อยู่ใกล้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ดาวเคราะห์ที่สามารถปรากฏอยู่ใกล้ดวงจันทร์เพ็ญได้มีเฉพาะดาวเคราะห์วงนอก ได้แก่ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน โดยดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์สว่างที่สุดที่สามารถอยู่ใกล้ดวงจันทร์ได้ขณะเกิดจันทรุปราคา (หากเกิดในช่วงราวเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ดาวอังคารมีโอกาสจะสว่างกว่าดาวพฤหัสบดี)
ก่อนหน้านี้ จันทรุปราคาเต็มดวงที่อยู่ใกล้ดาวอังคารเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2557 ซึ่งไม่เห็นในประเทศไทย และดาวอังคารก็ไม่สว่างเท่าปีนี้ (ขณะนั้นดาวอังคารมีโชติมาตร -1.4)
ย้อนไปเมื่อเช้ามืดวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ประเทศไทยเคยมีโอกาสเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงอยู่ใกล้ดาวอังคาร ซึ่งอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับช่วงที่ใกล้โลกเป็นพิเศษคล้ายกับปีนี้ ทำให้ขณะนั้นดาวอังคารสว่างที่โชติมาตร -2.8
หลังจากปีนี้ เราจะมีโอกาสเห็นดาวอังคารอยู่ใกล้จันทรุปราคาเต็มดวงในเช้ามืดวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2587 (ดาวอังคารสว่างที่โชติมาตร -1.2) และคืนวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2608 (ดาวอังคารสว่างที่โชติมาตร -2.7)
น่าสังเกตว่าจากการค้นหาในช่วง 200 ปี (ค.ศ. 1901-2100) ไม่พบจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งใดที่มีดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้ภายในระยะประมาณ 10° เลยแม้แต่ครั้งเดียว

สำหรับดาวเคราะห์ที่ไม่สว่างอย่างดาวยูเรนัส จันทรุปราคาเต็มดวงในเวลาหัวค่ำของคืนวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ดวงจันทร์จะบังดาวยูเรนัสขณะเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงด้วย ที่กรุงเทพฯ กล้องโทรทรรศน์สามารถส่องเห็นดาวยูเรนัสปรากฏที่ขอบดวงจันทร์ขณะสิ้นสุดการบังในเวลา 18:32 น. ก่อนที่จันทรุปราคาเต็มดวงจะสิ้นสุดในเวลา 18:42 น.